อินทผาลัมพันธุ์ไหนอร่อย

อินทผาลัม หรือ อินทผลัม เป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่ายกาย และยิ่งไปกว่านั้น ประโยชน์อินทผาลัมนั้นมีมากมาย เช่นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม เยื่อบุโพรงมดลูกปอดและตับอ่อน ดังนั้นปัจจุบันคนนิยมหันมารับประทานอินทผาลัมอบแห้งเป็นของกินเล่นแทนขนมกันมากขึ้น เพราะได้ทั้งความอร่อยและสารอาหารมากมาย คนที่กำลังควบคุมน้ำหนักนิยมรับประทานอินทผาลัมอบแห้งเป็นของหวาน แทนการรับประทานขนมอื่น ๆ เพราะอินทผาลัมทำให้อยู่ท้องมากกว่า และทำให้หิวช้า

อินทผลัมเป็นต้นไม้ในตระกูลปาล์มที่มีชื่อเสียงในตะวันออกกลาง เป็นผลไม้ที่กินผล ผลอินทผลัมมีรสหวาน อินทผลัมมีต้นกำเนิดในอิรัก อินทผลัมมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน ทั่วไปมักขายทั้งแบบแห้งและแปรรูป ผลอินทผลัมแห้งมีน้ำตาลมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และมีโปรตีน ไขมันและแร่ธาตุประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ อินทผลัมประเภทอื่น ๆ

ต้นอินทผาลัมชอบอากาศอบอุ่น และต้องฝนตกเล็กน้อย หรือไม่ต้องการฝนเลย ประเทศในแถบตะวันออกกลางนั้นถือว่ามีสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยที่สุดสำหรับการปลูกอินทผลัม หลายประเทศทั่วโลกสามารถปลูกต้นอินทผาลัมได้เช่นกัน เช่น การปลูกอินทผาลัมในบางรัฐในอเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐแอริโซนา และรัฐฟลอริดา ในบางจังหวัดของไทยเองก็สามารถปลูกอินทผาลัมบางสายพันธุ์ได้เช่นกัน อินทผลัมที่ปลูกในโลกมีมากกว่า 1,500 สายพันธุ์

ต้นอินทผลัมมีดอกตัวผู้และตัวเมีย ดอกตัวผู้และตัวเมียเกิดจากพืชที่แยกจากกัน เฉพาะต้นตัวเมียเท่านั้นที่ออกผล ภายใต้การเพาะปลูกดอกตัวเมียจะได้รับการผสมเกสรเทียม อินทผลัมเป็นผลไม้เมล็ดเดียว ลักษณะเนื้อของอินทผลัมแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ และแหล่งที่ปลูก ต้นอินทผลัมบางสายพันธุ์มีผลมากกว่า 1,000 เมล็ดในพวงเดียว

การขยายพันธุ์ต้นอินทผลัมได้ทั้งจากเมล็ด และจากหน่อ หน่อต้นอินทผลัมซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นใกล้โคนต้นในช่วงปีแรก ๆ อินทผลัมเริ่มให้ผลใน 4 – 5 ปีและให้ผลเต็มที่เมื่อ 10 – 15 ปี โดยจะให้ผลผลิตประมาณ 40 – 80 กิโลกรัม หรือมากกว่านั้น ต้นอินทผลัมมีอายุยืนยาวถึง 150 ปี แต่ผลผลิตจะลดลงเรื่อย ๆ

ทุกส่วนของต้นอินทผลัมมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ลำต้นอินทผลัมเป็นไม้ กลางใบของอินทผลัมนำมาเป็นวัสดุสำหรับทำลังและงานจักสาน ฐานใบเป็นเชื้อเพลิง ก้านอินทผลัมใช้สำหรับทำเชือก เส้นใยสำหรับทำสายไฟและวัสดุบรรจุภัณฑ์ และบางครั้งเมล็ดจะถูกบดใช้ทำน้ำส้มสายชูหมักอินทผลัม และไวน์อินทผลัม ผลอินทผลัมสามารถกินได้ทั้งผลสด ผลสุกไม่มาก ผลสุกเต็ม หรือนำผลมาทำอินทผาลัมอบแห้งก็ได้เช่นกัน

ประเทศอียิปต์ อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย และอิรักเป็นประเทศผู้ผลิตและวันที่ส่งออกชั้นนำในของประเทศตะวันออกกลาง ประเทศแอลจีเรียและตูนิเซียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในยุโรป และแคลิฟอร์เนียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของอเมริกา อินทผลัมยังถูกปลูกเป็นไม้ประดับตามชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของยุโรป และใบของอินทผลัมถูกใช้สำหรับการเฉลิมฉลองในหมู่ชาวคริสต์และชาวยิว

การปลูกอินทผาลัมในประเทศไทย

การปลูกอินทผลัมในประเทศไทยให้เติมโตดีและให้ได้ผลผลิตดีจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจสภาพอากาศของไทยเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ออกผลผลิตให้ประสบความสำเร็จ เพราะบางพื้นที่ในประเทศไทยอาจจะเปียกชื้นเกินไปสำหรับต้นไม้เขตร้อนของตะวันออกกลางอย่างอินทผลัม

ในประเทศไทยนิยมปลูกอินทผลัมสายพันธุ์ Barhee (บาร์ฮี) เป็นสายพันธุ์ที่สามารถรับประทานสดได้ ผลมีสีเหลืองทอง, และสายพันธุ์ Deglet Noor หรือที่เรียกว่าราชินีแห่งอินทผลัม ควรรับประทานหลังจากผลสุกแล้ว ราคาต้นอินทผลัมมีราคาตั้งแต่ 150 – 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ต้นอินทผลัมขนาดกลางจะใช้เวลาเพียงสามปีในการออกผลจึงทำให้มีราคาต้นที่แพงขึ้น

ประเทศไทยสามารถปลูกอินทผลัมได้หลายจังหวัด เช่น อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม, ราชบุรี, กาญจนบุรี, อยุธยา และเชียงใหม่ เป็นต้น เป็นจังหวัดที่สามารถปลูกต้นอินทผลัมได้ผลผลิตที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

สวนที่ประสบความสำเร็จในการปลูกอินทผลัมในไทย ชาวสวนจำเป็นต้องผสมเกสรให้กับดอกตัวเมียเอง ซึ่งแตกต่างจากในประเทศในตะวันออกกลางไม่จำเป็นต้องผสมเกสรให้ต้นอินทผาลัม เนื่องจากต้นอินทผลัมในเมืองไทยประสบปัญหาดอดตัวผู้ออกดอกก่อนตัวเมียประมาณหนึ่งเดือน (ประมาณเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์) ทำให้จำเป็นต้องตัดดอกตัวผู้ตากเกสรให้แห้งและเก็บไว้ เพื่อผสมเกสรดอกไม้ตัวเมียด้วยตนเอง ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมหรือเมษายน

ขั้นตอนการผสมเกสร โดยการแหวกหนามของดอกตัวเมีย แล้วโรยเกสรตัวผู้ลงบนดอกไม้ตัวเมีย โดยจะต้องทำซ้ำประมาณสามครั้งในวันที่ต่างกัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จ จากนั้นมัดก้านไม้เข้าด้วยกันเพื่อบังคับให้หล่นลงมาพร้อมกัน แล้วก็รอให้ผลอินทผาลัมใหญ่และสุกตามลำดับ

อินทผาลัมสายพันธุ์ไหนอร่อย และได้รับความนิยมในประเทศไทย

Medjool หรือ เมดจูล

อินทผาลัมเมดจูล ถูกเรียกว่า “Queen of Dates” เพราะมีผลใหญ่และอวบอ้วนค่อนข้างกลม มีสีดำคำคล่ำ พันธุ์เมดจูลมีรสชาติหวาน มัน เข้มข้น และเนื้อสัมผัสที่ฉ่ำ เมดจูลจึงเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลก ในเมืองไทยเมดจูลราคาค่อนข้างสูง

Deglet Nour หรือ เดกเล็ท นัวร์

สายพันธุ์เดกเลทนัวร์เป็นอินทผาลัมที่ได้รับความนิยมมากอีกสายพันธุ์หนี่ง มีรสชาติหวานไม่มาก เนื้อเนียน มัน เนื้อสัมผัสละเอียด สายพันธุ์เดทเลทนัวจะมีลักษณะเรียวยาว ไม่อ้วนกลมเหมือนอินทผาลัมพันธุ์อื่น มีสีเหลือง ๆ น้ำตาล ๆ

Khalas หรือ พันธุ์คาลาส

อินทผาลัมพันธุ์คาลาสมีสีน้ำตาลคล้ำ เม็ดใหญ่ มีรสชาติหวานฉ่ำ และเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในเมืองไทยเนื่องจากราคาไม่แพง